การแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่ดีของสุนัข
แม้แต่สุนัขที่มีนิสัยดีมากๆก็พัฒนาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้เมื่อถูกเลี้ยงในบ้านซึ่งม
ีสภาพแวดล้อมจำกัด การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ จึงควรฝึกสุนัขให้เชื่อฟังคำ
สั่งตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้มาก การแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประ
สงค์จะต้องกลับไปใช้บทฝึกหัดสุนัขขั้นพื้นฐานใหม่ร่วมกับการพัฒนาวิธีการหรือเทคนิคที่
จะให้สุนัขตอยสนองต่อคำสั่งด้วยความเต็มใจโปรดระลึกเสมอว่า สุนัขจะไม่ทำร้ายเจ้าของ
ความเคียดแค้นเป็นพฤติกรรมของสัตว์ตระกูลไพรเมต เช่น มนุษย์เท่านั้น
สุนัขตะกละ
การขโมยอาหาร สุนัขมีสัญชาตญาณในการออกหาอาหารและกินทุกอย่างที่กินได้
ถ้าปล่อย
ปละละเลยอาจกลายเป็นสุนัขขี้ขโมยในที่สุด
วิธีแก้ไข สอนให้นั่งลงก่อนให้อาหาร
และให้อาหารจากภาชนะของตนเท่านั้น เมื่อสุนัขเรียน
รู้ว่าจะกินอาหารต้องฟังคำสั่งก่อน ก็จะไม่ขโมยกินอาหารแม้เมื่อไม่มีใครอยู่
อย่างไรก็ดี ควร
เก็บอาหารในที่ซึ่งสุนัขไม่สามรถขโมยได้
สุนัขที่แสดงพฤติกรรมทางเพศมากเกินไป
การแสดงความต้องการทางเพศสูง สุนัขเพศผู้วัยหนุ่มที่ยังไม่ได้ตอน อาจแสดงพฤติกรรม
ด้วยการปีนขี่ขาเจ้าของหรือเครื่องเรือน ซึ่งมักพบในสุนัขเพศผู้อายุ
1-2 ปี สุนัขเพศเมียใน
ฤดูผสมพันธุ์ก็อาจมีพฤติกรรมดังกล่าวได้
วิธีแก้ไข เปลี่ยนความสนใจของสุนัขโดยฉีดน้ำใส่สุนัขทันทีเพื่อให้สุนัขรู้ว่าเป็นพฤติกรรม
ที่ไม่พึงประสงค์ การตอนสุนัขอาจป้องกันพฤติกรรมเหล่านี้ได้
สุนัขที่อยู่โดยลำพัง
ความกระวนกระวายเมื่ออยู่โดยลำพัง เมื่อทิ้งสุนัขให้อยู่ในบ้านโดยลำพังสุนัขบางตัวอาจเห่า
หอนหรือร้องครวญคราง พฤติกรรมนี้มักพบในสุนัขที่ขาดความอบอุ่นในระยะที่เป็นลูกสุนัข
หรือสุนัขที่เปลี่ยนเจ้าของบ่อย
วิธีแก้ไข ควรให้ของที่สุนัขชอบเล่นโดยเจ้าของใช้มือถูเพื่อให้มีกลิ่นติดที่ของเล่นหรือให้ท่อน
กระดูกสดไว้กัดแทะ ไม่ควรทำให้สุนัขรู้สึกว่าเป็นเรื่องราวใหญ่โตเมื่อเจ้าของจะออกจากบ้าน
สุนัขอาจจะรู้สึกอบอุ่นขึ้นหากได้อยู่ในกรง
สิ่งที่ควรรู้สำหรับเจ้าของสุนัขเกี่ยวกับแคลเซียม
แคลเซียมเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ
ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง มีความจำเป็นสำ
หรับกล้ามเนื้อที่ปรกติ การทำงานของเส้นประสาท และการแข็งตัวของโลหิต
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อมูลผิดๆเกิดขึ้นเกี่ยวกับบทบาทของแคลเซียมที่มีอยู่ในอาหารสำเร็จอยู่บ่อยๆเจ้าของ
สุนัขควรรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแคลเซียมดังนี้ อาหารสุนัขที่มีแค,เซียมมากหรือน้อยเกินไป
จะทำให้กระดูกผิดปรกติ ถ้าได้รับแคลเซียมน้อย ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟอสฟอรัสและวิ
ตามินดีน้อยด้วย จะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน กระดูกจะงอเมื่อรับน้ำหนักของตัวสุนัข
นับว่าโชคดีที่โรคนี้จะไม่ปรากฎให้เห็นถ้าให้สุนัขกินอาหารสำเร็จที่มีคุณภาพสูง
เจ้าของสุนัขบางคนให้แคลเซียมในอาหารมากเกินไปในสุนัขที่โตแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในสุนัขพันธุ์ใหญ่ ซึ่งอาจทำให้โครงกระดูกผิดปรกติได้ แคลเซียมจะไม่ทำงานอย่างโดด
เดียว แร่ธาตุในสารอาหารจะมีความสัมพันธุ์กันและไม่สามารถแยกออกมาเป็นตัวๆได้
การเกิดของกระดูกและฟันต้องอาศัยควาใสัมพันธุ์ระหว่างแคลเซียมอละฟอสฟอรัสในอัตรา
ส่วนที่เหมาะสม หากมีธาตุตัวใดตัวหนึ่งในสองตัวมากหรือน้อยเกินไป จะไปขัดขวางการใช้
ธาตุอีกตัวหนึ่งของสุนัข ในอาหารสุนัข ควรมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในอัตราส่วน
1.2ถึง
2.0ส่วนของแคลเซียมต่อ1.0 ส่วนของฟอสฟอรัส หากอัตราส่วนของแคลเซียมกว้างออกไป
จากอัตราที่กำหนด อาจเป็นอันตรายต่อการที่มีหินปูนมาเกาะตามกระดูก
หากปริมาณของฟอสฟอรัสในอาหารมากกว่าปริมาณของแคลเซียม ความผิดปรกติของกระ
ดูกอาจเกิดขึ้นได้ การดูดซึมของแคลเซียมและฟอสฟอรัสเข้าไปในกระดูกและฟันต้องวิตา
มินดีในอาหารในปริมาณที่เพียงพอ ความต้องการวิตามินดีในอาหารในปริมาณที่เพียงพอ
ความต้องการวิตามินดีของสุนัขและแมวมีผลมาจากระดับและอัตราส่วนของแคลเซียมและ
ฟอสฟอรัสในอาหารหากได้รับวิตามินดีมากเกินไป อากเป็นพิษกับสุนัข สุนัขโตไม่ต้องการ
แคลเซียมเสริมจากการให้ดื่มนมเพื่ม มีสุนัขและแมวที่โตแล้วจำนวนมากไม่สามารถย่อย
นมจำนวนมากๆที่ให้เป็นอาหาร นมประกอบด้วยแล็คโตส ซึ่งต้องอาศัยน้ำย่อยแล็คเตส
ใน
การให้ความแตกตัวในทางเดินของลำไส้ ถ้าหากทางเดินของลำไส้มีน้ำย่อยแล็คเตสไม่พอ
การกินนมเข้าไปมากๆอาจทำให้ท้องเสีย การเสริมแคลเซียมระหว่างการตั้งครรภ์ของสุนัข
และแมว จะไม่ช่วยแก้การชักระหว่างตั้งครรภ์อาการชักที่ว่านี้ไม่ใช่โรคที่เกิดจากสารอา
หาร แต่เป็นภาวะของการเผาผลาญอาหารในร่างกาย แคลเซียมในโลหิตจะถูกควบคุม
โดยฮอร์โมนชนิดต่างๆเพื่อให้หลักประกันว่าเซลล์ของร่างกาย แต่ละเซลล์ได้รับแคลเซียม
ในปริมาณที่ต้องการ เมื่อสุนัขเพศเมียออกลูกความต้องการแคลเซียมจะเพิ่มขึ้น
กระดูก
เป็นแหล่งกำเนิดของแคลเซียมที่อุดมสมบูรณ์ แต่การดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกจะขึ้นอยู่
กับฮอร์โมนหลายตัว อาการชักจะเกิดขึ้น เมื่อฮอร์โมนไม่ช่วยทำให้แคลเซียมออกมาช่วย
ในการผลิตนมในปริมาณที่ต้องการมาก
กว่าปรกติ ในระหว่างที่เกิดการชักแคลเซียมที่อยู่ในโลหิตจะลดลง ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอ
และสั่นระริก ซึ่งเป็นอาการของโรคนี้ การรักษาพยาบาล อาการชักประกอบด้วยการให้แคล
เซียมเข้าสู่กระแสโลหิตโดยตรง การรักษาที่ได้ผลอย่างรวดเร็วทำให้เกิดความเข้าใจผิดๆ
คือคิดว่า ถ้าหากให้สุนัขที่ตั้งท้องด้วยแคลเซียมในปริมาณที่มากแล้วจะป้องกันการชักได้
การให้อาหารสำเร็จแก่สุนัขและแมวที่ผลิตขึ้นมาสำหรับทุกวัย สารอาหารที่ได้น่าจะเพียง
พอสำหรับสัตว์ที่คลอดลูก การเสริมแคลเซียมจึงไม่จำเป็น นอกจากสัตวแพทย์จะแนะนำ
ให้เสริมเท่านั้น
การดูแลขนสุนัขพันธุ์ขนยาว
ขนสุนัขที่ยาวสลวยนอกจากจะดูสวยงาม
ยังช่วยป้องกันความหนาวเย็น แต่ก็ต้องดูแลขน
มากกว่าสุนัขที่มีขนสั้น สุนัขที่มีขนคล้ายไหม เช่น พันธุ์ยอร์กไชร์
เทอร์เรียร์จะไม่มีขนชั้น
ใน ในขณะที่แปรงขนจึงต้องระมัดระวังอย่าให้ขีดข่วนและระคายเคืองผิวหนังสุนัขที่ขนยาว
เช่นพันธุ์คอลลีและพันธุ์เชตแลนด์ ชีพด็อก จะมีขนชั้นในที่หนาแน่นชึ่งจะพันกันได้ง่าย
มากถ้าไม่ได้ดูแลและแปรงขนอย่างสม่ำเสมอ
การแปรงขนสุนัขที่มีขนยาว
1.ใช้แปรงสลิกเกอร์ค่อยๆสางขนที่พันกันและเป็นปมอย่างนุ่มนวล
ควรระมัดระวัง
อย่าฝืนดึงขน หรือแปรงอย่างรุนแรงจนทำให้สุนัขเจ็บ
2.แปรงขนซ้ำอีกครั้งด้วยแปรงขนหมุด การแปรงในขั้นนี้ไม่ควรมีขนที่พันกันแล้ว
3.ใช้หวีด้ามตรงที่มีซี่หวีกว้างหวีอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงขาที่มีขนยาว
4.ตัดขนที่ยาวรอบเท้าโดยเฉพาะขนระหว่างนิ้วซึ่งเป็นบริเวณที่มักมีสิ่งสกปรกและ
สิ่งแปลกปลอมเข้าไปสะสม ทำให้เกิดการระคายเคือง
5.ตัดขนบริเวณข้อขาเพื่อป้องกันการพันกันของขนที่ยาวซึ่งเป็นที่สะสมของสิ่งสกปรก
และผิวหนังที่ตาย
การแปรงขนสุนัขที่มีขนคล้ายเส้นไหม
เช่น สุนัขพันธุ์ยอร์กไชร์ เทอร์เรียร์
1.ใช้แปรงสลิกเกอร์สางขนที่พันกันออกการสากขนที่เกาะกันเป็นก้อนต้องทำด้วยค
วามระมัดระวัง อย่าดึงแรงจนกระทั่งขนขาด
2.แปรงอีกครั้งด้วยแปรงขนสัตว์เพื่อทำให้ขนเงางามการแปรงขนในขั้นนี้ไม่ควร
แปรงสะดุด
3.แสกขนตามแนวกลางหลังแล้วหวีขนแต่ละด้านให้เหยียดลงอาจตัดแต่งด้วยกรร
ไกรให้เป็นระเบียบ
4.เล็มขนรอบเท้าและหู และตัดเล็บด้วย 5.ขนที่ยาวเหนือตาควรเล็มออกหรือรวบ
ด้วยริ้บบิ้นหรือโบ

แม่สุนัขจะมีอาการเบื่ออาหารประมาณ
1-2 วันก่อนคลอดและจะกระวนกระวาย พยายามหา
สถานที่คลอดเมื่อเริ่มคลอดถุงน้ำคร่ำจะแตกออก น้ำคร่ำที่นองพื้นอาจทำให้เข้าใจผิดว่า
เป็นน้ำปัสสาวะ อาการเบ่งจะถี่ขึ้นและแรงขึ้นตามลำดับ ลูกสุนัขตัวแรกควรจะคลอดออกมา
ภายใน 2 ชั่วโมง นับจากถุงน้ำคร่ำแตกและสุนัขจะเริ่มเบ่งระยะเวลาในการคลอดลูกแต่ละ
ตัวอาจห่างกัน 10-80 นาที
การให้กำเนิf
1.เมื่อเริ่มเบ่ง
แม่สุนัขจะหายใจถี่และหอบ อุณหภูมิร่างกายลดลง กระสับกระส่าย
สุนัขอาจไปหาที่ลับตาเพื่อคลอด ดังนั้น เจ้าของควรเฝ้าดูไว้
2. ขณะเบ่งแม่สุนัขอาจลุกขึ้นยืนและหมุนตัวไปรอบๆ แต่บางตัวชอบนอนราบลง
ควรปล่อยให้แม่สุนัขเบ่งในท่าคลอดที่สุนัขเลือกเอง
3.แม้จะเป็นลูกสุนัขครอกแรก แต่โดยสัญชาตญาณแม่สุนัขจะหันมาสำรวจลูกสุนัข
และเลียน้ำคร่ำและเยื่อหุ้มตัวออก จากนั้นแม่สุนัขจะกัดสายสะดือและกินรกที่ออก
มากับลูกสุนัข
4.การที่แม่สุนัขเลียน้ำคร่ำออกจากปากและจมูกลูกสุนัขค่อนข้างแรงเป็นการให้
ความอบอุ่นแก่ลูกและเป็นการกระตุ้นระบบหายใจของลูกสุนัขด้วย
5.แม่สุนัขอาจจะหยุดพักในระหว่างการคลอดเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวลงและ
พร้อมที่จะเบ่งอีก
6.ในระหว่างการคลอดลูกแต่ละตัว แม่สุนัขจะผ่อนคลายและพักนานขึ้น
เพื่อรอ
เบ่งตัวใหม่ออกมา แม่สุนัขส่วนมากจะไม่ยอมให้ลูกกินนมจนกว่าจะคลอดลูกออก
หมดแล้ว อย่าลืมดูว่ารกได้ถูกขับออกมาเท่าจำนวนลูกสุนัขหรือไม่
7.แม้ว่าลูกสุนัขจะคลานไปไกลเพียงใด ถ้าแม่สุนัขได้ยินเสียงลูกร้องก็จะตามไป
คาบกลับมาเนื่องจากแม่สุนัขตอบสนองต่อเสียงร้องของลูกแต้ถ้าลูกสุนัขคลานห่าง
ออกไปโดยไม่ส่งเสียงร้องแม่สุนัขอาจจะไม่สนใจที่จะตามลูกกลับ
8.เมื่อลูกสุนัขคลอดออกมาครบแล้ว แม่สุนัขจึงยอมให้ลูกดูดนมพร้อมๆกัน
หาก
พบว่าแม่สุนัขมีนมไม่เพียงพอให้ลูกสุนัขกิน จะต้องปรึกษาสัตวแพทย์
9.หลังจากลูกสุนัขดูดนมอิ่มแล้วแม่สุนัขจะเลียรอบอวัยวะเพศและทวารหนักของ
ลูกเพื่อกระตุ้นการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ ทั้งนี้แม่สุนัขจะกินสิ่งที่ลูกขับถ่าย
ออกมาด้วย จนกระทั่งลูกอายุได้ 3 สัปดาห์ ซึ่งอาจเป็นสัญชาตญาณของสุนัขป่าที่
ยังเหลืออยู่ในการกำจักกลิ่นปฏิกูลของลูก เพื่อไม่ให้สัตว์ล่าเนื้ออื่นๆรู้

สุนัข ต้องการการดูแลเอาใจใส่ฟันเป็นพิเศษ
เพื่อป้องกันการเกิดโรคเหงือกและโรค
ฟันผุ การจัดโปรแกรมเกี่ยวกับสุขภาพจึงมีความสำคัญ คุณควร
1. ให้อาหารที่เป็นเม็ดหยาบแก่สุนัข
ให้นมหรือขนมปังกรอบที่ผลิตขึ้นมาเพื่อสุนัข วันละครั้งอาหารที่แข็งจะช่วยขัดและทำความสะอาดฟัน
โดยการเสียดสี
2. ให้สุนัขได้ขบเคี้ยวกระดูกเทียมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เป็นต้นว่ากระดูก
ที่ทำมาจากหนังสัตว์ กระดูกข้อเท้าขนาดใหญ่ซึ่งไม่แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ
และกระ
ดูกที่ทำจากไนล่อนชนิดแข็งจะได้ผลดี
3. กำจัดหินปูนจากฟัน สุนัขที่อาศัยอยู่ในแถบ ที่มีน้ำกระด้าง จะเกิดหินปูนตามฟันหินปูนเป็นส่วนประกอบของฟอสเฟต
คาร์บอเนตและสารอิน
ทรีย์ เหลือแคลเซียมแหล่านี้จะละลายในกรด แต่จะตกตะกอนในน้ำลายของสุนัข
ที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ ควรจกำจัดหินปูนที่เกิดขึ้นทันที หินปูนที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง
ผิดปกติ ถ้าหากไม่เอาใจใส่ หินปูนจะพอกหนาขึ้นกลายเป็นปลั๊กหรือแคลคิวลัส
ซึ่งจะก่อให้เกิดโรคเหงือก แล้วในที่สุดก็จะกลายเป็นโรคเกี่ยวกับเยื่อหุ้มฟันอัก
เสบคราบหินปูนสามารถกำจัดโดยใช้สารละายไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกๆไซด์ซึ่มหาซื้อ
ได้ตามร้านขายยาแผนปัจจุบัน โดยใช้ชนิดความเข้มข้น 3 เปอร์เซนต์หรือจะใช้
สารละลายของกรดเกลือชนิด 1 เปอร์เซนต์ก็ได้ชุปสารละลายดังกล่าวด้วยผ้าเนื้อ
หยาบ แล้วถูที่ฟันอย่างแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านนอก ซึ่งติดกับเหงือก
ซึ่งมีคราบหินปูนอยู่มากที่สุด ในกรณีที่เป็นมาก อาจจะต้องใช้เครื่องมือทำฟันขูด
เพื่อทำให้แผ่นหินปูนที่หนาแตกออกแล้วทำการขัดฟันอีกทีหนึ่ง
4. แปรงเหงือกและฟันของสุนัขสัปดาห์ละสองครั้ง ด้วยยาสีฟันของสุนัขด้วยแปรง
ชนิดขนนิ่มของเด็ก ถ้าไม่มียาสีฟัน ก็แนะนำให้ใช้โซดาผงหรือที่เรียกว่าโซเดียม
ไบคาร์บอเนต ไม่ใช้โซเดียมคาร์บอเนตนะครับ เพราะนั่นมันเป็นผงโซดาซักผ้า
โปรแกรมเกี่ยวกับสุขภาพของช่องปากจะช่วยยืดอายุของฟันสุนัขของคุณและช่วย
ให้เข้ามีสุขภาพดีในปีต่อๆ ไปของชีวิต

|