This site hosted by Free.ProHosting.com
Google
สุนัข | แมว | สัตว์เลี้ยงหาย | คลีนิคออนไลน์ | ตลาดสัตว์เลี้ยง | คุยกันเรื่องหมา-แมว
ห้องตัดขน | Pet shop Online | เยี่ยมคอก | รวมลิงค์ | สมุดเยี่ยม | ติดต่อเรา
Click here to visit our sponsor

ทำไม ! สุนัขจึงกินอุจจาระ

เรามักพบเห็นสุนัขกินอุจจาระบ่อยๆการที่สุนัขกินอุจจาระมักเกิด จากสาเหตุหลายประการคือ

 

1. มีโรคพยาธิภายใน
2. ถูกกักขังหรือล่ามโซ่ตลอดเวลา
3. เกิดความผิดปกติขึ้น เนื่องจากไม่ได้ปล่อยให้สุนัขวิ่งเล่นตามปกติ

ทำให้เกิดนิสัยไม่ดีขึ้น เช่นกินอุจจาระ ผู้เลี้ยงสุนัขเมื่อพบเห็นสุนัขกินอุจจาระจะรู้สึกขยะแขยง ควรรีบนำสุนัข ของท่านไปปรึกษาสัตว แพทย์เสียโดยเร็ว เพื่อ

 

1.ตรวจดูพยาธิภายในเช่นพยาธิตัวกลมพยาธิปากขอพยาธิแส้ม้าและโรคบิดถ้าพบว่ามี พยาธิสัตวแพทย์จะได้จัดการรักษาให้หายเป็นที่เรียบร้อย
2.สุนัขที่ขังกรงหรือล่ามโซ่ไว้ตลอดเวลา ควรปล่อยให้สุนัขได้วิ่งเล่นและออกกำลังกายเสีย บ้าง 3.อาหารที่ให้สุนัขกินควรมีสัดส่วนที่เหมาะสมเช่นอาหารเม็ดสำเร็จที่มีส่วนผสมครบถ้วน 4.ใช้ยาบ้างอย่างเพื่อเปลี่ยนกลิ่นสีและความแข็งของอุจจาระเช่นกรดเกลือกลูตามิค เป็นต้น
5. ถ้าสุนัขถ่ายออกมา รีบกวาดออกจากบริเวณที่เลี้ยงโดยเร็ว
6. เปลี่ยน สถานที่เลี้ยงสุนัขเสียใหม่
7. ใช้ตะกร้อปาก ถ้าพบเห็นสุนัขกินอุจจาระในระยะแรกๆ ต้องหาวิธีแก้นิสัยชั่วนี้เสีย อย่า ปล่อยทิ้งไว้ นานจน เคยชินจะแก้ยาก รีบนำสุนัขของ ท่านไปตรวจสุขภาพเสียแต่เนิ่นๆ



[ TOP ]


--------------------------------------------------------------------------------
แมวกินสารพิษเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรดี

กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นกับแมวมากทีเดียว โดยเฉพาะไปกินอาหารที่ใส่ยาเบื่อหนู หรืออาหาร บูดเน่าพืชมีพิษ ฯลฯ อาการที่สังเกตุเห็นคือ ลิ้นและปากซีด ชัก อาเจียน น้ำลายฟูมปาก ตัวแข็งเกร็ง ขาทั้งสี่เหยียด หรือ ย่างเบาๆ เดินโซเซ หมดแรง ถ้าแมวยังมีชีวิตอยู่และปรา กฎแน่ชัดว่าถูกยาพิษแน่นอนแล้ว ก็ควรจัดการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ขั้นแรก ต้องทำให้ แมวขจัดเศษยาเบื่อ หรือสารที่มีอยู่ โดยการทำให้แมวอาเจียน ซึ่งค่อนข้างยากแต่ก็ควร ลองดู เช่น ใช้น้ำอุ่นละลาย เกลือจนออกรสเค็ม แล้วกรอกใส่ปาก จะสามารถกระตุ้นให้ แมวอาเจียน สำรอกเอาเศษยาเบื่อออกมาได้ บาง ครั้งอาจพบ คราบยา หรืออาหารนั้นๆ เปื้อนตามรอบๆปาก ก็ต้องใช้น้ำล้างและเช็ดออกให้สะอาดด้วย ต่อไปจึงทำการดูด ซับพิษ ที่หลงเหลือไม่ให้ซึมเข้ากระแสโลหิตต่อไป โดยการใช้สารที่สามารถดูดซับพิษซึ่งหาได้ ง่ายเช่น ถ่านและไข่ขาว วิธีทำก็โดยการใช้ถ่านหุงข้าวเล็กน้อย ตำให้ละเอียดพร้อมกับ เติมน้ำลงไปพอสมควร คนให้เข้ากันแล้วป้อนให้แมวกินจน หมด หากใช้ไข่ขาวดิบ ใช้ เพียงหนึ่งฟองตีผสมน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ หรือใช้น้ำมันมะกอกกรอกปากจนกว่าจะอา เจียนหากเป็นไปได้ให้เก็บเศษสิ่งที่แมวอาเจียนออกมาเศษอาหารที่พบในบริเวณที่เกิด เหตุรวมถึงสลากขวดยาหรือสารพิษที่แมวกินเข้าไปนำสิ่งเหล่านี้พร้อมกับรีบนำไปพบ สัตวแพทย์จะช่วยให้สามารถรู้ว่าสารพิษเหล่านี้คืออะไรจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพดี กว่าการเดาสุ่มโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ หรือข้อมูลอะไรเลย



[ TOP ]


--------------------------------------------------------------------------------
การดูแลรักษาแผลเปิด

เมื่อผิวหนังเกิดฉีกขาดเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ผิวหนังจะสัมผัสกับสิ่งสกปรกและแบคทีเรียนับเป็น การเสี่ยงต่อการที่บาดแผลจะเกิดการติดเชื้อให้รีบปฐมพยาบาลเพื่อให้เลือดหยุดไหลเพื่อ ไม่ให้เกิดปัญหามากขึ้นแล้วควบคุมอาการเจ็บปวดแล้วนำไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ อาการของแผลเปิด ผิวหนังฉีกขาด แต่บางครั้งอาจจะเป็นรูเท่านั้น เจ็บ ปวด มีเลือดไหล สุนัขจะเลียหรือคอยระแวดระวังบริเวณที่เกิดบาดแผล
วิธีปฐมพยาบาลแผลเปิด
บาดแผลมีเลือดออกมาก

 

1. ห้ามเลือดโดยใช้สำลีแผ่นหรือผ้าขนหนูที่สะอาดกดไว้เป็นเวลา 2 นาที ในช่วงนี้ไม่ควร ใช้ยาฆ่าเชื้อ
2. ถ้าจำเป็นอาจจะต้องเปลี้ยนสำลีแผ่นหรือผ้าขนหนู และถ้าทำได้ควรยกบริเวณที่เกิดบาด แผลให้อยู่สูงกว่าหัวใจ ถ้าสงสัยว่าขาหักก็อย่าพยายามยกขาขึ้นสูง

บาดแผลที่เลือดออกไม่มาก

 

1. ชะล้างบาดแผลด้วยน้ำยาไฮโดรเจน 3 เปอร์เซนต์ น้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อโรค
2. กำจัดสิ่งสกปรก ทราย เศษไม้หรืออื่นๆ จากบาดแผล ทำความสะอาดผิวหนังและขน รอบๆบาดแผล โดยใช้สบู่และน้ำ
3. ถ้าขนเข้าไปยุ่มย่ามในบาดแผล ให้เล็มออกในขณะที่ขนยังเปียกอยู่ เพราะจะกำจัดได้ง่าย
4.เมื่อทำความสะอาดบาดแผลและฆ่าเชื้อแล้ว ควรซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาด อย่าเช็ดบาด แผลที่เปิด เพราะจะยิ่งทำให้เป็นแผลมากขึ้น

หลังจากให้การปฐมพยาบาลแล้ว ควรนำไป พบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้



[ TOP ]



--------------------------------------------------------------------------------
วิธีพันผ้าพันแผล

ผ้าพันจะช่วยทำให้บาดแผลแห้งและป้องกันไม่ให้บาดแผลขยายมากขึ้น รวมทั้งอาการบาด เจ็บที่สุนัขทำให้เกิดขึ้นกับตัวเองเช่น กัดและเลียบาดแผล นอกจากนั้นยังป้องกันบาดแผล ไม่ให้เกิดแปดเปื้อนและช่วยซับของเหลว ที่ซึมออกมา การพันแผลช่วยกดอย่างเบาๆ เพื่อ บันเทาอาการเจ็บปวดหรือการไหลของโลหิต และป้องกันไม่ให้เกิดการคั่งของซีรั่มใต้ผิว หนัง ผ้าพันแผลประกอบด้วยสามชั้น ผ้าดูดซับ ผ้าพันแผลและ พลาสเตอร์พันแผล ผ้าดูดซับ เป็นผ้าที่นึ่งฆ่าเชื้อโรคปราศจากสิ่งสกปรก และมีคุณสมบัติในการดูดซับ ส่วน ใหญ่จะเป็นผ้า ไม่แนะนำ ให้ใช้กระดาษ เพราะเวลาลอกออกจะลำบาก ผ้าพันแผล ให้พันผ้ารอบๆผ้าดูดซับไม่ให้แน่นจนเกินไปเพื่อให้ผ้าดูดซับอยู่กับที่ผ้าพัน แผลที่ดีจะต้องยืดหยุ่นหากพันแผลแน่นเกินไปจะทำให้โลหิตไม่ไหลเวียนในบริเวณดังกล่าว พลาสเตอร์พันแผล จะช่วยทำให้ผ้าพันแผลและผ้าดูดซับอยู่กับที่ควรจะแน่นพอที่จะกัน ไม่ให้สุนัขแทะออกแต่ไม่ให้แน่นจนโลหิตไหลเวียนในบริเวณดังกล่าวไม่ได้
เทคนิคในการพันแผล

 

1. หลังจากทำความสะอาดบาดแผล ฆ่าเชื้อโรคและซับแผลให้แห้ง ให้วางผ้าดูดซับบนบาด แผล
2. เริ่มพันผ้าพันแผลโดยเริ่มจากมุมหนึ่งของผ้าดูดซับ เพื่อไม่ให้ผ้าดูดซับเคลื่อนจากที่ที่ เราวาง
3. ให้มือหนึ่งยึดปลายผ้าพันแผลเพื่อไม่ให้มันหลุด แล้วใช้พลาสเตอร์ปิดตรงปลายผ้าแล้ว พันพลาสเตอร์ให้เลยผ้าพันแผล ไปทั้งสอง เพื่อทำให้ผ้าพันแผลอยู่กับที่
4. รักษาให้ผ้าพันแผลแห้งและสะอาด ถ้าสุนัขออกไปข้างนอก ให้ใช้ถุงพลาสติกคลุมบาด แผล
5. ควรเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวัน เว้นเสียแต่สัตวแพทย์แนะนำให้ทำอย่างอื่น
6. แผลที่ใช้ผ้าพันแผลมักเกิดการติดเชื้อ หากแผลบวมหรือมีหนองไหลให้นำไปพบ สัตวแพทย์
7. ควรให้สุนัขอยู่ในที่เงียบๆ และไม่ให้ออกกำลังจนกว่าบาดแผลจะหาย
8. ถ้าสุนัขพยายามจะกัดผ้าพันแผล ก็คงต้องใช้ปลอกคอ คอลล่า (Collar) สวมใส่ จนกว่า แผลจะหาย



[ TOP ]



--------------------------------------------------------------------------------
การฝึกให้ขับถ่าย

การฝึกลูกสุนัขในห้องหรือกรง ให้วางกระดาษหนังสือพิมพ์หลายๆแผ่น ไว้ที่มุมห้อง แล้ว วางอาหารและน้ำไว้ใกล้ๆ เพราะลูกสุนัขมักจะขับถ่ายทันทีหลังการกินอาหาร ดังนั้นทันที ีที่มันอิ่ม ให้จับมันไปวางใกล้ๆ หรือวางบนกระดาษ ทุกครั้งที่มันขับถ่ายบนกระดาษ ให้ กล่าวชมมัน เพื่อให้มันรู้ว่าทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าคุณจับได้ว่ามันขับถ่ายนอกกระดาษ ให้จับมันไปวางไว้บนกระดาษทันที อย่าลงโทษมันถ้าคุณไม่เห็นมันในขณะที่ทำความผิด เพราะสัตว์ไม่อาจเชื่อมโยงการลงโทษกับการกระทำในอดีตได้ และควรระมัดระวังเรื่อง การลงโทษ ในขณะที่คุณกำลังฝึกสุนัขให้ขับถ่าย เสียงดุดังๆ เท่านั้นคือสิ่งที่คุณต้องการ เพราะถ้าคุณลงโทษ มันหนักเกินไป คุณก็จะได้สุนัขที่หวาดกลัวอยู่ตลอดเวลาในที่สุด เมื่อลูกสุนัขสามารถขับถ่ายบนกระดาษได้ 100 เปอร์เซนต์แล้ว มันก็พร้อมที่จะออกจาก บริเวณกักกันได้ แต่ในช่วงนี้คุณ ต้องจับตาดูมันทุกฝีก้าวจนกว่าจะแน่ใจว่ามันไม่ เปลี่ยนความสนใจจากกระดาษฝึกไปยังพรมผืนโปรดของคุณ ถ้าคุณไม่อยากฝึกด้วย กระดาษก็ควรเตรียมที่จะสละเวลาพาลูกสุนัขออกไปข้างนอกทันทีที่มันตื่น ให้นำไปยัง บริเวณที่คุณต้องการ ถ้ามันยอมขับถ่ายให้กล่าวชมมันทุกครั้ง ในกรณีที่คุณฝึกให้ลูก สุนัขให้ขับถ่ายนอกบ้าน และให้มันอยู่ในกรงขณะที่อยู่นอกบ้าน จงอย่าตำหนิที่มันขับ ถ่ายในกรง เพราะโดยปกติสุนัขจะไม่ขับถ่ายบนที่นอนของมัน เช่นเดียวกับสุนัขที่โต แล้ว แต่ลูกสุนัขไม่อาจกลั้นปัสสาวะได้ตลอดทั้งคืนและถ้ามัน ถูกขังในกรง มันก็ไม่ทาง เลือกนอจจากขับถ่ายในทีที่มันอยู่



[ TOP ]



--------------------------------------------------------------------------------
สวยอย่างถูกวิธีทำอย่างไร

ความสวยกับความสะอาดเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร ท่านเจ้าของสุนัข จึงพากันเอาใจใส่ ทั้งอาบน้ำ แปรงขนให้เงาสวย รวมถึงการตัดแต่งขน ซึ่งนอกจะช่วยให้ดูสวยงามขึ้นแล้วยัง ช่วยให้สุขภาพกายและใจของสุนัขดีด้วย บางท่านใช้บริการของร้านที่รับตัดแต่งขนสุนัขที่มี อยู่ทั่วไป ตามร้าน PET SHOP แม้แต่ตามห้างสรรพสินค้า เรียกว่า นอกจากตนเองได้ช็อป ปิ้งสัก 2-3 ชั่วโมงแล้ว สุนัขของตนยังสะอาดเอี่ยมอ่องกลับบ้านอีกด้วย ส่วนราคาแต่ละแห่ง มากน้อยขึ้นอยู่กับสถานที่ และฝีมือของช่างแต่ละร้าน
- สนนราคาคร่าวๆในการทำGroomingตั้งแต่ ประมาณ 100-550 บาท เช่น

 

อาบน้ำ, ตัดเล็บ, เช็ดหู ประมาณครั้งละ110-180 บาท
ครีมนวด เพิ่มประมาณ 30-80 บาท
กำจัดเห็บ เพิ่มประมาณ 50-100 บาท
ทำHotoil บำรุงขน เพิ่มประมาณ 100-150 บาท
ทำสีขน เพิ่มประมาณ 100-200 บาท
ตัดแต่งขน สุนัข(ขั้นพื้นฐาน หน้า, ท้อง,ก้น) พร้อมอาบน้ำ ประมาณ 300-550 บาท **ราคาเปลี่ยนแปลงตามขนาดของสุนัข**

สำหรับทรงที่ทำกันจะมีมาตราฐานของแต่ละพันธุ์อยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น พันธุ์พุดเดิ้ล มีหลักๆอยู่ 3 ทรงคือ ลูกแกะ (Lamptlip) ถือเป็นทรงมาตราฐานที่นิยมทำกัน ฤดูร้อน (Summertlip) มักใช้กรณี ที่สุนัขมีขนพันกันมากแปรงออกยาก จึงไถขนให้เกรียน เพื่อให้ขนใหม่ขึ้น ทรงสิงห์โต (Liontlip) อาจใช้กรณี ที่สุนัขขนพันกันมากแปรงออกยากใน บางจุด จะไถขนหมด ยกเว้นส่วน สะโพก, ข้อเท้า, ปลายหางทำเป็นพู่ ส่วนขั้นตอนการเสริม สวยอย่างคร่าวๆ ไม่เป็นความลับแต่อย่างใด แต่ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ท่านอาจลองทำเองได้ ดังนี้

 

1. ใช้หวีแปรงขนที่พันกัน(สังคตัง)ให้หลุด เพื่อง่ายต่อการตัดแต่ง
2. ตัดขนใต้เท้า เพื่อป้องกันการเสียรูปทรงโครงสร้างที่ข้อเท้า, การลื่นไถลของสุนัขขณะเดิน พุดเดิ้ลไถตั้งแต่ ใต้เท้ามาถึงข้อเท้า พันธุ์อื่น ตัดขนใต้เท้าเสร็จ ตัดขนรอบเท้าเป็นทรงกลม
3. ใช้บัตเตเรี่ยนไถหน้า , ท้อง, ก้น เพื่อความสะอาด
4. แปรงขนอีกครั้ง ก่อนอาบน้ำ ถ้าไม่แปรงก่อนขนที่พันกันจะยิ่งจับตัวกันเป็นก้อน
5. อาบน้ำ นำสำลีอุดหูสุนัขป้องกันน้ำเข้าหู นำแชมพูผสมกับน้ำในขวดก่อนเทบนตัวสุนัข
6. อาบน้ำเสร็จเช็ดตัวหมาดๆ แปรงขณะไดร์เพื่อป้องกันขนพันกัน
7. ตัดเล็บถ้าปล่อยให้ยาวจะทำให้เท้าบิดเดินไม่สะดวก, ปลายเล็บจิกอุ้งเท้าเป็นแผล ระวัง โดนแนวเส้นเลือด ควรให้ผู้ชำนาญตัด

สำหรับท่านที่อาบน้ำให้สุนัขเอง ท่านแน่ใจหรือไม่ว่า ทำอย่างถูกวิธีแล้ว มีข้อพึงระวังใน การอาบน้ำสุนัขตั้งแต่ อุปกรณ์ที่ใช้อาบน้ำควรจะเป็น แชมพู เป็นชนิดที่ใช้กับสุนัข เพราะ ผิวสุนัขมีค่าความเป็นกรด-ด่างต่างจากคน ถ้าใช้ของคน ผิวสุนัขบางพันธุ์อาจแพ้จนผิวเป็น แผลเป็นหนองได้ถ้าไม่ใช้แชมพูสำหรับสุนัข อัตราส่วนในการผสมกับน้ำคือ1 : 10 ครีม นวดผม สำหรับสุนัขขนยาวเช่นชิท์สุ เพื่อให้เกิดความเงางาม แต่ไม่ควรกับสุนัขที่มีขนหนา ฟู เช่น ปอมเมอร์เรเนี่ยน, พุดเดิ้ล เพราะครีมนวดจะทำให้ขนลู่ติดลำตัวไม่ฟูสวย อัตรา ส่วนในการผสม 1 : 5 HOTOIL ใช้กับสุนัขที่มีขนยาว แก้ขนพันกัน บำรุงขนและผิวหนัง การแปรงขน ควรทำสม่ำเสมอ ทำให้ขนที่ตายหลุดล่วงลงมา ปัญหาขนร่วงบนบ้านจะลดลง ทำให้สุนัขมีขนที่เงาสวย เพราะเมือเราหวีจะไปกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต การอาบน้ำ 1 ครั้ง/อาทิตย์ ทำให้สุนัขสบายตัวไม่มีกลิ่นเหม็น การเช็ดหู ควรเช็ดสม่ำเสมอ โดยใช้ผ้าหุ้มปลายนิ้ว เช็ดขี้หู บางพันธุ์เช่น พุดเดิ้ล มีขนในรูหู พอขี้หูไปเกาะการหมุน เวียนของอากาศในหูไม่ดี จะเกิดกลิ่นเหม็น ควรดึงออก (สุนัขจะไม่เจ็บ)
- อุปกรณ์ที่ควรมีในการเสริมสวยสุนัขตัวโปรด

 

หวีแปรงสลิงเกอร์ (ใช้กับสุนัขขนหนาฟู) ประมาณ 250 บาทขึ้นไป
หวีแปรงไม่มีหมุด (ใช้กับสุนัขขนยาว) ประมาณ 300-400 บาท หวีเหล็ก(ใช้หวีแปรงแล้วยังมีขนพันกันใช้หวีเหล็กช่วย)ประมาณ 200 บาทขึ้นไป
กรรไกรตัดเล็บ (เวลาตัดระวังโดนแนวเส้นเลือด) ประมาณ 200 บาทขึ้นไป
ยาห้ามเลือด ประมาณ 200-300 บาท

ราคาจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับขนาด และยี่ห้อ เพราะส่วนหนึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ ที่ผลิตในประเทศเช่นของ HUNTER GROUP จะมีราคาที่ไม่แพงมากนัก สำหรับท่านที่ไม่ได้อาบน้ำให้สุนัขเองมานานวันหยุดนี้ ลองมากำหนดเป็นวัน 5 ส.ให้เจ้า สุนัขของคุณกันเถอะ คือ 1. ส. สระ(อาบน้ำ) 2. ส.สาง (หวีก่อนอาบ) 3. ส. สะดวก(ใจ) เวลาเล่นด้วยเพราะ ส.ที่4 ส.สะ อาด สุดท้าย ส. สวยสด ทีนี้หล่ะสุนัขของคุณจะเป็นดวงเด่นประจำซอยแน่ๆ



[ TOP ]



--------------------------------------------------------------------------------
จะผสมพันธุ์ตอนไหนนี้

นับเป็นปัญหาคาใจของเจ้าของสุนัขเกี่ยวกับระยะเวลาที่เหมาะสมในการผสมพันธุ์ยิ่งเป็น มือใหม่ก็ยิ่งไม่แน่ใจ แล้วก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครที่จะให้คำตอบที่ถูกต้องลองติตาม เรื่องต่อไปนี้ก็คงจะช่วยให้ปัญหาหนักอกคลี่คลายไปไม่มากก็น้อย ตามธรรมชาติแม่สุนัข แม่สุนัขจะมีช่วงเวลาการผสมพันธุ์จำกัดคล้ายสัตว์อื่นๆเช่นกัน กล่าวคือเพศเมียซึ่งมีอายุ ราว 6 ถึง 8 เดือน จะเป็นสัด (Heat) เป็นครั้งแรก ซึ่งแสดงว่าถึงเวลาเตรียมพร้อมเพื่อ เป็นแม่สุนัขในโอกาสต่อไป แต่ในสุนัขบางพันธุ์จะไม่ปรากฎจนกว่าสุนัขจะมีอายุครบ 12 เดือน ปรกติไม่นิยมให้สุนัขเพศเมียรับการผสมพันธุ์ในระยะนี้ จึงควรเก็บรักษาระมัดระ วังอย่าให้ มีการผสมพันธุ์ขึ้นได้ในระยะนี้เพราะสุนัขยังไม่โตเต็มที่ ควรรอให้สุนัขนั้นเป็น สัด เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีระยะไม่เกิน 6 เดือน และในขณะนั้นอายุของสุนัขควรจะอยู่ระ หว่าง18 เดือนเป็นอย่างน้อย เมื่อแม่สุนัขเริ่มเป็นสัด จะสังเกตได้ว่าสุนัขจะมีอาการเริงร่า เล่นหัวมากกว่าปรกติ อวัยวะสืบพันธุ์บริเวณช่องคลอดเริ่มมีอาการบวมแดง และมีโลหิต ใสๆไหลออกมา และจะเข้มข้นจนเป็นลักษณะโลหิตแดงภายหลังวันที่3ในระยะนี้สุนัขเพศ ผู้จะได้กลิ่นฮอร์โมนของสุนัขเพศเมียที่มีขึ้นในระยะเป็นสัด ก็จะแสดงความรักใคร่และ เอาใจใส่เป็นพิเศษ ในระยะนี้แม่สุนัขจะไม่ยอมให้พ่อพันธุ์ทำการผสมพันธุ์ ผู้เลี้ยงควรแยก อย่าให้พ่อสุนัขรบกวนเป็นเวลา 9 วัน นับจากวันแรกที่เป็นสัด ในระยะนี้แม่สุนัขจะเกิดความรู้สึกความใคร่ในพ่อสุนัขมากจะแสดง อาการดีอกดีใจ และจะยอมให้พ่อสุนัขเข้าดมก้นเลียหรือขึ้นทับได้แม่สุนัข จะไม่ขัดขวางพ่อสุนัขผู้เข้ามาติดต่อและจะแสดงความใคร่ตอบ โคนหางจะ บิดไปข้างใดข้างหนึ่งเพื่อเปิดทางให้พ่อสุนัขทำการผสมพันธุ์ได้สะดวก อาการเช่นนี้จะปรากฎในระยะตั้งแต่วันที่ 9 ถึงวันที่ 14 นับจากวันแรกที่ เป็นสัดระยะเวลาที่ควรให้แม่สุนัขรับการผสมพันธุ์จากพ่อสุนัขได้



[ TOP ]



--------------------------------------------------------------------------------
วิธีดูแลแม่หมาแรกคลอด

เรื่องของหมาแม่พันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลก่อนที่จะนำเค้าไปผสมพันธุ์ ดูแลในระหว่างตั้ง ท้อง และจนมาถึงเข้าสู่ช่วงที่หมาคลอดลูก ให้ท่านเจ้าของเตรียมอุปกรณ์อย่างเช่น ไหม กรรไกร ถุงมือทางการแพทย์ ผ้าเช็ดตัวสะอาด อุปกรณ์เหล่านี้ใช้เพื่อช่วยตัวลูกหมา ไหม เอาไว้ผูกสายสะดือ โดยผูกห่างจากลำตัวหมาสัก 3 นิ้ว จากนั้นก็ใช้กรรไกรตัดสายสะดือ ออกทาแผลที่ตัดด้วยเบตาดีน และเริ่มเช็ดตัวลูกหมา ถูไปถูมาให้มีน้ำหนักพอสมควร เพื่อ กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนโลหิตจากนั้นก็ใช้ลูกยางดูดของเหลวบีบดูดเอาของเหลวใน ปากและในจมูกออกมาเป็นอันว่าเสร็จสิ้นครับ ในระหว่างนั้นก็ต้องเฝ้าสังเกตด้วยครับว่า ลูกหมาหายใจได้ปกติดีหรือเปล่า ผมจะไม่กล่าวถึงปัญหาการคลอดยากนะครับ เพราะถ้า คลอดเองไม่ได้ก็ต้องผ่าตัด หลังจากที่แม่หมาคลอดลูกออกมาเรียบร้อยแล้ว การดูแลแม่หมานั้นสำคัญมากอีกเช่นกัน เพราะจะมีหลายๆท่านพบว่าแม่หมาของท่านไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน ผอมแห้ง ขนร่วง บางตัว เมื่อคลอดลูกเริ่มมีอาการถ่ายเหลวผมอยากให้ท่านที่มีปัญหาอย่างนี้ลองหันไปดูครับว่าท่าน จัดการเรื่องอาหารให้แม่หมากินอย่างไร อาหารที่ให้มีคุณค่าเพียงพอหรือไม่ และถ้าท่าน คิดว่าเพียงพอ ตรวจดูต่อครับว่า อาหารที่ให้แม่หมากินนั้นย่อยสลายดูดซึมไปใช้ได้หรือไม่ ่โดยดูจากการเจริญเติบโตของแม่หมากินดี อาหารดีต้องมีเนื้อมีหนังไม่ใช่ผอมเอาผอมเอา และดูจากปริมาณอุจจาระที่ออกมาเวลาที่แม่หมาขับถ่ายครับ ถ้ากินเข้าไปเยอะ ถ่ายออกมา เยอะ แสดงว่าดูดซึมอาหารได้ไม่ดี กินแต่ปริมาณ ไม่ได้กินอาหารที่มีคุณค่า ฉะนั้นต้อง เปลี่ยนครับ ในช่วงที่แม่หมาเลี้ยงลูกนี้เค้าต้องการปริมาณของอาหารเพิ่มครับ โดยให้เป็น 2 เท่าจากเดิมที่เคยให้กินก่อนที่จะตั้งท้อง แบ่งให้วันละ 2 เวลาจะดีครับ สำหรับท่านที่ใช้ อาหารสำเร็จรูปนั้นจะสะดวกและง่ายกว่าท่านที่ทำอาหารให้หมากินเอง แต่ต้องเลือกอาหาร สูตรสำหรับแม่หมาเลี้ยงลูกด้วยนะครับ เพราะสูตรอาหารหมาช่วงนี้มีสารอาหารอย่างโปร ตีนและคาร์โบไฮเดรตสูงเพื่อจะได้ไปใช้สร้างพลังงานให้พอเพียงต่อการดำรงชีวิตและ สร้างน้ำนม เลี้ยงลูกอ่อน มีคนถามว่า "หมอครับ แม่หมาตั้งท้องต้องกินแคลเซียมเม็ดเสริม หรือไม่?" การเสริมแคลเซียมไม่จำเป็นเลยครับในรายที่ไม่ได้แสดงอาการขาดแคลเซียม ให้พบเห็น อาการขาดแคลเซียมในแม่หมานี้เป็นอย่างไร ใช่มั้ยครับ แม่หมาที่ขาดแคล เซียมนั้น จะมีอาการหอบจัด น้ำลายไหล ตัวร้อนและไม่มีแรง โดยเฉพาะ 2 ขาหลังนั้นจะ แข็งเกร็งเป็นมากๆ จะชักแข็งครับ แม่หมาที่อาการอย่างนี้มักจะอยู่ในช่วงที่เค้าเลี้ยงลูกได ้ 3-4 สัปดาห์เพราะช่วงเวลาดังกล่าวลูกหมาจะกินน้ำนมเก่ง และลุกเดินตามแม่หมาไปตาม ดูดนมได้ ถ้าแม่หมามีอาการข้างต้นนี้นะครับ นั่นคือภาระที่เค้าขาดแคลเซียมในกระแส เลือดแล้วซิครับ การแก้ไขนั้นจำเป็นต้องพึ่งสัตวแพทย์โดยด่วนครับ ต้องพาหมาป่วยตัวนี้ ไปที่คลีนิกรักษาสัตว์เพื่อที่หมอจะได้ช่วยฉีดแคลเซียมให้ทดแทนส่วนที่ขาดหายจากกระ แสเลือด หลังจากฉีดยาแล้วอาการ ขาเกร็ง ชัก หอบจะค่อยๆหายไปครับ โดยปกติหมาจะ หายจากอาการป่วยภายใน 15-30 นาที สามารถกลับบ้านได้ ในรายที่ขาดแคลเซียม นั้นจำ เป็นต้องเสริมแคลเซียมให้แม่หมาแล้วครับ แคลเซียมมีหลายรูปแบบครับ ไม่ว่าจะเป็นรูป แบบฉีดหรือรูปแบบกินเป็นเม็ดๆ อันนี้แล้วแต่ดุลพินิจของหมอผู้รักษาครับว่าหมาท่าน เหมาะสมจะใช้แบบไหน สุขศาสตร์ในการเลี้ยงดูแม่หมาและลูกหมานั้นสำคัญมากครับ เพราะปัญหาที่พบบ่อยๆอีกเช่นกันคือ ลูกหมามักจะถ่ายเหลว มีอุจจาระเลอะเทอะหรือไม่ก็ มีผิวหนังอักเสบเป็นตุ่มขึ้นและแผ่นน้ำเหลืองเกาะเต็มผิวหนัง การทำความสะอาดโดยใช้ ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ บนผิวหนังของลูกหมานั้นทำได้ครับ ทำแล้วต้องเช็ดด้วยผ้าแห้งทัน ทีด้วยนะครับอย่าให้ตัวลูกหมาเปียกชื้นครอกคลอดนั่นต้องหมั่นเปลี่ยนผ้าปูรองนอนและ ต้องหมั่นรักษาความสะอาดครอกด้วย อย่าปล่อยให้มีเศษอึ เศษอาหารเปรอะเปื้อน เห็น มั้ยครับว่า กว่าจะได้ลูกหมาดีๆซักครอกหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆครับต้องอาศัยความรู้และ ความเอาใจใส่ของท่านเจ้าของเป็นอย่างมาก ถ้าท่านทำได้ดีแล้วรับรองครับว่าผลตอบแทน ที่จะได้ลูกหมาน่ารักๆไว้เชยชมซักครอกคงจะไม่ยากครับ



[ TOP ]

 


สุนัข | แมว | สัตว์เลี้ยงหาย | คลีนิคออนไลน์ | ตลาดสัตว์เลี้ยง | คุยกันเรื่องหมา-แมว
ห้องตัดขน | Pet shop Online | เยี่ยมคอก | รวมลิงค์ | สมุดเยี่ยม | ติดต่อเรา
Copyright (c) by Witoon Laobusn-anan
ICQ uin 42141428 E-mail : l1141@ksc.th.com
Contact for information & advertising at l1141@ksc.th.com
กลับสู่หน้าแรก
Last up date